Pre-STUDY

GROUP 1 - Phatchana

Topics : Basic  Knowledge on  IT/ICT  Trends
ความหมาย องค์ประกอบ วิวัฒนาการ และแนวโน้มในอนาคต &
สถานภาพ IT ของประเทศไทย
22/8/57

          แนวโน้มการใช้ไอทีในประเทศไทย พบว่าภาคเอกชนมีแนวโน้มการเติบโตของการใช้ไอทีมากกว่าภาครัฐ เนื่องจากภาครัฐเน้นการจัดทำและการให้บริการข้อมูลเพียงอย่างเดียว ประกอบกับภาคเอกชนมีการแข่งขันด้านการค้า ขีดจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมบังคับให้ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วมากขึ้น บุคลากรที่เก่งๆหายากมากขึ้น จึงจำเป็นที่ต้องใช้ระบบสารสนเทศ (
Information System: IS ซึ่งจุดมุ่งหมายของระบบสารสนเทศคือการประมวลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ และนำไปสู่ความรู้ที่ช่วยแก้ปัญหาในการดำเนินงาน ดังนั้นการทำงานของระบบสารสนเทศจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน ตัวอย่างการใช้ระบบไอทีในประเทศไทย เช่น ระบบสารสนเทศของหน่วยงาน, ระบบทะเบียนประวัติอาชญากร เป็นต้น) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีในการประมวลผลสารสนเทศ โดยคำว่า สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว นั่นก็คือเทคนิควิธีการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการจัดการข้อมูล ส่วนข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล เช่น การจัดเก็บข้อมูล การสื่อสารข้อมูล การสืบค้นข้อมูล การแสดงผลข้อมูล เป็นต้น) เข้ามาช่วยเพื่อลดข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งแนวโน้มการใช้ทรัพยากรสารสนเทศในปัจจุบันมีมากยิ่งขึ้น เช่น
แนวโน้มการใช้งานทางด้านฮาร์ดแวร์ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ระดับเมนเฟรมจะลดลง ระบบจะมีแนวโน้มเป็นเครือข่ายมากขึ้น ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมีมากขึ้น ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานมีความต้องการใช้ฮาร์ดแวร์เป็นเครื่องมือมากขึ้น
แนวโน้มการใช้งานทางด้านซอฟต์แวร์ พบว่าสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้หลากหลายประเภทมากขึ้น สามารถเข้าใช้งานได้สะดวกกว่าอดีต
แนวโน้มการใช้งานระบบ พบว่า
1.     การใช้งานระบบทางด้านประมวลผลมีแนวโน้มจัดทำ/พัฒนาระบบเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและปฏิบัติงานให้มีรวดเร็วมากขึ้น
2.    ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ มีแนวโน้มในการพัฒนาเพื่อใช้สำหรับเป็นข้อมูลของผู้บริหารในการตัดสินใจ และแก้ไขปัญหา
3.    ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์มีแนวโน้มจัดทำ/พัฒนาระบบเพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ
4.    ระบบงานส่วนตัวผู้บริหาร มีแนวโน้มการพัฒนาระบบเพื่อช่วยให้ผู้บริหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail), ระบบนัดหมาย (Calendar) เป็นต้น
5.    ระบบสำนักงานอันโนมัติมีแนวโน้มการใช้งานมากขึ้น โดยนำเอาอุปกรณ์ไอทีเข้ามาช่วยการทำงานในสำนักงาน มีแนวโน้มการพัฒนาจากระบบง่ายๆไปสู่ระบบงานที่ซับซ้อนแต่มีประโยชน์มาก เช่น จากการใช้โทรสาร การพิมพ์ดีดไปสู่การประชุมทางไกล ซึ่งระบบแบบใหม่จะเน้นที่งาน Workflow และ WorkGroup กล่าวคือระบบ workgroup เป็นระบบที่สามารถทำงานและเข้าถึงข้อมูลบางอย่างร่วมกันได้ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานร่วมกันได้สะดวก ส่วนระบบ Workflow เป็นระบบที่ใช้สำหรับติดตามการเดินทางของเอกสาร เช่นระบบอินเทอร์เน็ต การบริการอีเมล์ World Wide Web การใช้คอมพิวเตอร์ทางไกล (TelNet) เป็นต้น

แนวทางการพัฒนา IT ในปัจจุบัน พบว่าผู้ใช้มีแนวโน้มในการพัฒนาระบบขึ้นมาใช้เองเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้เจ้าหน้าที่จากฝ่ายสารสนเทศ หรือตัวเองเป็นผู้พัฒนา หรือหากดำเนินการเองไม่ได้จะนิยมว่าจ้างบริษัทภายนอกเป็นผู้พัฒนาระบบ รวมถึงการซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ และระบบ โดยอาศัยคำแนะนำจากบริษัทที่ปรึกษา หรือขอรับบริการจากภายนอก ถึงแม้ว่าแนวทางการพัฒนาไอทีจะดีเช่นไร แต่ภายใต้ของข้อจำกัดต่างๆ ของเทคโนโลยีก็ยังพบว่าปัญหาที่ทำให้แนวโน้มในการเติบโตของไอทีในประเทศไทยมีไม่มากนักเนื่องจากการลงทุนในระบบสารสนเทศของบางธุรกิจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เนื่องจากระบบสารสนเทศมีค่าใช้จ่ายที่สูง ระบบส่วนใหญ่จะไม่ผสมผสานกันระหว่างข้อมูล ไม่มีการจัดทำระบบสารสนเทศสำหรับการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ แนวทางการพัฒนาให้การใช้ระบบสารสนเทศ/ไอทีในประเทศมีความก้าวหน้าและเติบโตจึงควรเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ให้สามารถใช้ด้วยกันได้ และต้องสามารถควบคุมสิ่งที่เกี่ยวข้องต่างๆได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันภาครัฐพยายามผลักดันให้มีหน่วยงานที่สามารถควบคุม ป้องกันสิ่งต่างๆเหล่านั้น
          จากสถานภาพไอทีของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะด้านโทรคมนาคม มีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น มีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 83.4 และมีการใช้งานในทุกช่วงเวลา ทำให้เกิดแนวโน้มการแข่งขันทางธุรกิจโทรคมนาคมสูง นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตในเขตเมืองใหญ่มีแนวโน้มสูงกว่าชนบท โดยใช้งานอินเตอร์เน็ตในหลายด้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงให้ความสำคัญและป้องกัน ควบคุมการใช้งานที่ไม่พึงประสงค์ โดยออกกฎหมายที่สำคัญๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1.     พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
2.    พ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ
3.    พ.ร.บ.การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4.    พ.ร.บ.อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

บทสรุป
          ไอทีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าเทคโนโลยีจะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ผู้ใช้งานก็ควรใช้งานอย่างเหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุด 

อ้างอิง

ควรรชิต มาลัยวงศ์. (มปป). เทคโนโลยีสารสนเทศ ความหมาย องค์ประกอบ วิวัฒนาการ และแนวโน้มในอนาคต. (ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.drkanchit.com/presentations/it-intro.pdf. สืบค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2557.
ครรชิต  มาลัยวงศ์. (2544). สถานภาพ IT ของประเทศไทย. (ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.drkanchit.com/presentations/01ITBigPicture-5-Oct01.pdf. สืบค้นเมื่อ 21 สิงหาคม 2557.


5 comments:

  1. เห็นด้วยค่ะ ว่าไอทีมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าหน่วยงานใดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ต่างใช้ไอทีมาช่วยให้งานของหน่วยงานเกิดประสิทธิภาพ และรวดเร็วต่อการทำงาน แต่สิ่งสำคัญคือผู้ใช้งานหรือบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ก็ควรปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยค่ะ เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

    ReplyDelete
  2. ทุกวันนี้ไอซีทีมีบทบาทในชีวิตเราเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินชีวิต และไม่เป็นภาระของคนอื่นด้วย

    ReplyDelete
  3. แนวโน้มทุกแนวโน้มในอนาคตล้วนมีแนวโน้มว่าจะมีการใช้ไอซีทีเป็นส่วนหนึ่งเสมอ ดังนั้น การพัฒนาตนเองเพื่อให้เป็นบุคคลไอที จึงนับว่ามีความสำคัญ เมื่อลองหันมองย้อนกลับไปในอดีต และเพ่งนิพิจปัจจุบัน จะเห็นว่า ความเจริญทางเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาก....โลกอนาคตก็คงจะพัฒนามากกว่านี้จนอาจตามไม่ทัน

    ReplyDelete
  4. ทุกวันนี้ไอทีมีความสำคัญในชีวิตประจำวัน ทุกคนเกี่ยวข้องกับไอที แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที เพราะถ้าไม่ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ดี อาจเกิดข้อผิดพลาดจากการใช้ไอทีได้

    ReplyDelete
  5. ความก้าวหน้าทางไอซีทีเป็นเหมือนดาบสองคม ให้ประโยชน์อย่างล้นเหลือดังที่เราทราบกันดีว่าทำให้โลกไร้พรมแดน การเข้าถึงข้อมูลทำได้ทุกที่ทุกเวลา แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นหากไฟดับเราก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ทั้งนี้หากนำไปใช้ในทางไม่เหมาะสมก็จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับคนอื่นๆ ได้เช่นกัน

    ReplyDelete